บทที่ 4
บทที่ 4
ผลการศึกษา
รายงานการศึกษาค้นคว้า
เรื่องการศึกษาดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก คณะผู้จัดทำได้ผลการศึกษาดังนี้
1. ความหมายของดาวเทียม
2. ประเภทของดาวเทียม
3. ประวัติของดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก
1. ความหมายของดาวเทียม
ดาวเทียม
คือ ห้องทดลองที่นักวิทยาศาสตร์บรรจุอุปกรณ์ต่างๆเอาไว้แล้วส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกเพื่อประโยชน์ในด้านต่างๆ
มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกันแล้วแต่ความมุ่งหมายของแต่ละโครงการ
ดาวเทียมอาจมีรูปร่างเป็นทรงกลม รูปกลองหรือหีบก็ได้
และไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างเพรียวลมเหมือนยวดยานต่างๆที่เราใช้อยู่บนโลก
เพราะในอวกาศไม่มีอากาศที่จะมาปะทะเป็นแรงต้านทาน
ขนาดของดาวเทียมบางดวงมีขนาดเล็กมาก มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 2-3 นิ้ว หรือ 2-3
ฟุต แต่บางดวงอาจใหญ่โตจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางเป็นร้อยๆฟุต เช่น ดาวเทียมเอกโก (Echo) เป็นต้น ดาวเทียมที่ถูกส่งออกไปสู่อวกาศ
อาจมีระยะเวลาในการโคจรรอบโลกเป็นเวลานานมากน้อยต่างกัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กีบขนาดและระยะห่างของวงทางโคจร ถ้าเข้ามาใกล้โลกมากๆจะเกิดแรงต้านทานทำให้ความเร็วของดาวเทียมลดลง
เมื่อมีความเร็วน้อยกว่าที่กำหนด
ดาวเทียมก็จะตกลงสู่โลกและถูกเผาไหม้ในบรรยากาศของโลก
โดยทั่วไปดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่และมีวงโคจรต่ำจะสลายตัวไปเร็วกว่าดาวเทียมที่มีขนาดเล็กแต่มีวงโคจรสูง
เช่น ดาวเทียมแวนการ์ด หมายเลข 1 (Vanguard 1)
ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 6 นิ้ว โคจรห่างจากโลก 400 ไมล์ ส่งไปเมื่อ พ.ศ. 2501
ซึ่งคาดว่าจะมีอายุได้เป็นร้อยๆปี
2. ประเภทของดาวเทียม
เราสามารถจำแนกประเภทของดาวเทียมตามประโยชน์การใช้งานได้ดังนี้
1. ดาวเทียมสื่อสาร
เป็นดาวเทียวที่มีตงจุดประสงค์เพื่อการศึกษาและทางการโทรนาคม
จะถูกส่งไปในช่วงของอวกาศเข้าสู่วงโคจรโดยมีความห่างจากพื้นโลกประมาณ35.786. กิโลเมตร
2. ดาวเทียมสำรวจ
เป็นการใช้ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรและสภาพแวดล้อมของโลก
เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการถ่ายภาพ และโทรคมนาคม
โดยการทำงานของดาวเทียมสำรวจทรัพยากรจะใช้หลักการ สำรวจข้อมูลจากระยะไกล
3. ดาวเทียมพยากรณ์อากาศ
เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำทีมีวงโคจรแบบใกล้ขั้วโลก ที่ระยะสูงประมาณ800 กิโลเมตร จึงไม่มีรายละเอียดสูงเท่าภาพถ่ายที่ได้จากดาวเทียมทำแผนที่
4. ดาวเทียมทางการทหาร
คือดาวเทียมที่แต่ละประเทศมีไว้เพื่อสอดแนมศัตรูหรือข้าศึก
5. ดาวเทียมด้านวิทยาศาสตร์
6. ดาวเทียมทำแผนที่
เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรต่ำ (LEO) ที่ระดับความสูงไม่เกิน 800
กิโลเมตร เพื่อให้ได้ภาพที่มีรายละเอียดสูง
7. ดาวเทียมเพื่อการนำร่อง
เป็นระบบบอกตำแหน่งพิกัดภูมิศาสตร์พื้นโลก ซึ่งประกอบด้วยเครือข่าวดาวเทียมจำนวน 32
ดวง
8. ดาวเทียมโทรคมนาคม
เช่น Intelsat, Thaicom ส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า (Geo-stationary Orbit)
เพื่อถ่ายทอดสัญญาณจากทวีปหนึ่งไปยังอีกทวีปหนึ่ง ข้ามส่วนโค้งของโลก
ดาวเทียมค้างฟ้า 1 ดวง
สามารถส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่การติดต่อประมาณ 1/3 ของผิวโลก และถ้าจะให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก
จะต้องใช้ดาวเทียมในวงโคจรนี้อย่างน้อย 3 ดวง ดังภาพที่ 6
อย่างไรก็ตามดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้าจะลอยอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตรโลกเท่านั้น
ดังนั้นสัญญาณจะไม่สามารถครอบคลุมบริเวณขั้วโลกได้เลย
3. ประวัติของดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก
ไทยคม 8
เป็นดาวเทียมสื่อสารสัญชาติไทยของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
และถือเป็นดาวเทียมไทยคมดวงที่ 8 ได้รับการอนุมัติให้ยิงสู่วงโคจรเมื่อวันที่
18 มีนาคม 2557 ตัวดาวเทียมถูกผลิตขึ้นโดยบริษัทออร์บิทัล
เอทีเค และถูกยิงขึ้นจากฐาน ณ แหลมคะแนเวอรัล ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 โดยบริษัทสเปซเอ็กซ์
เป็นดาวเทียมดวงที่สี่ของโลกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรด้วยเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่
และเป็นเที่ยวแรกของโลกที่จรวดนำส่งสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย
(สามเที่ยวก่อนหน้าได้เกิดการระเบิดขณะลงจอด) ไทยคม 8 โคจรอยู่ในวงโคจรค้างฟ้า
ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก
มีน้ำหนักราว 3,100 กิโลกรัม มีจานรับส่งสัญญาณ เคยู-แบนด์ (Ku-Band) จำนวน 24 ช่อง
สำหรับถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตรงถึงที่พักอาศัย (DTH) และถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลความละเอียดสูง (HD และ UHD) ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการในประเทศไทย,
เอเชียใต้ และแอฟริกา
ภาพที่ 4.1 ภาพดาวเทียมไทยคม 8
ดาวเทียม
LANDSAT โครงการดาวเทียม LANDSAT
เดิมเป็นโครงการขององค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติ
สหรัฐอเมริกา (NASA) ต่อมาได้มีการโอนกิจการดาวเทียม LANDSAT
ให้ EOSAT ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน
เพื่อดำเนินการในเชิงพาณิชย์ มีระบบเก็บข้อมูลชนิดหลายช่วยคลื่น (Multispectral
Scanner หรือ MSS) ๔ ช่วง คลื่นหรือแบนด์
ซึ่งสามารถให้ข้อมูลต่างๆ ดังนี้ ข้อมูลจากระบบหลายช่วงคลื่น (MSS) ๑ ภาพ ครอบคลุมพื้นที่ ๑๘๕ X ๑๘๕ ตารางกิโลเมตร
มีรายละเอียด ข้อมูล ๘๐ X ๘๐ เมตร
ระบบเก็บข้อมูลอีกระบบหนึ่งได้รับการปรับปรุงให้ได้รายละเอียดดีกว่าระบบ
MSS คือระบบThematic Mapper (TM) โดยมี ๗ ช่วงคลื่น (แบนด์)
มีรายละเอียดของข้อมูล ๓๐ เมตร X ๓๐ เมตร
แต่ละแบนด์มีประโยชน์ดังนี้
แบนด์ ๑ ใช้ในการทำแผนที่บริเวณชายฝั่ง
แยกความแตกต่างระหว่างดินและ พืชพรรณ
แบนด์ ๒ ใช้ประเมินความแข็งแรงของพืช
แบนด์ ๓ ใช้แยกชนิดของพืชพรรณ
แบนด์ ๔ ใช้ประเมินปริมาณของมวลชีวภาพ (biomass) และจำแนกแหล่งน้ำ
แบนด์ ๕ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความชื้นของดิน
ความแตกต่างระหว่างเมฆกับหิมะ
แบนด์ ๖ ใช้หาแหล่งพลังงานความร้อน
แบนด์ ๗ ใช้จำแนกชนิดของหิน และการทำ
แผนที่แสดงบริเวณพลังความร้อนจากน้ำ (hydrothermal) ในอนาคตอันไม่ไกลนี้ดาวเทียมแลนด์แซตดวงที่ ๖ ก็จะได้รับการพัฒนา
เพื่อส่งขึ้นโคจร พร้อมด้วยเครื่องมือบันทึกข้อมูลที่มีสมรรถนะดีขึ้น
ภาพที่ 4.2 ภาพดาวเทียม LANDSAT 7
ดาวเทียม
IKONOS ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศเมื่อวันที่
24 เดือนกันยายน พ.ศ. 2542 ณ ฐานทัพอากาศ Vandenberg รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติเชิงพาณิชย์ดวงแรกของโลก ที่เก็บข้อมูลภาพถ่ายซึ่งมีความละเอียดสูง
ภาพที่ 4.3 ภาพดาวเทียม IKONOS



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น